ต้นไม้หนึ่งต้นช่วยโลกได้แค่ไหน? ม.ทักษิณ เปิดโลกการเรียนรู้คาร์บอน ชวน 105 คนค้นหาคุณค่าของธรรมชาติผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

   25 ต.ค. 69  /   3

 

เราอาจคุ้นเคยกับการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ต้นไม้ที่เราเห็นอยู่ทุกวันมีส่วนช่วยดูแลโลกของเราได้มากเพียงใด? เพราะนอกจากจะให้ร่มเงาและเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตแล้ว ต้นไม้ยังมีบทบาทสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกักเก็บคาร์บอนไว้ในส่วนต่าง ๆ ของต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทางธรรมชาติที่มีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แต่การจะเข้าใจว่าต้นไม้สามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ วิธีการสำรวจ และเครื่องมือที่เหมาะสม การเรียนรู้เรื่องคาร์บอนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากยังเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดให้ครู นักเรียน นิสิต และผู้สนใจทั่วไปได้เรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการจัดการทางคาร์บอนและปฏิบัติการการหาปริมาณการกักเก็บคาร์บอน” ณ ห้อง TSU Innovation Showcase ชั้น 1 อาคารศูนย์เครื่องมือกลาง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดยมีคณาจารย์ นักเรียน นิสิต และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวน 105 คน เพื่อร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจบทบาทของทรัพยากรธรรมชาติในการกักเก็บคาร์บอน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นประธานเปิดการอบรม สะท้อนถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาส่งเสริมการเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

สิ่งที่ทำให้การอบรมครั้งนี้น่าสนใจ คือการเปลี่ยนเรื่องคาร์บอนที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และลงมือวัดได้ด้วยตนเอง ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงรับฟังความรู้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการคาร์บอน แต่ยังได้ฝึกปฏิบัติการหาปริมาณการกักเก็บคาร์บอน โดยเรียนรู้การประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันและเครื่องวัดมุม Clinometer เพื่อประกอบการเก็บข้อมูลและคำนวณปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บในต้นไม้

การเรียนรู้ดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดโดยทีมวิทยากรจาก คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรนาฏ คิดดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อานุช คีรีรัฐนิคม และอาจารย์ ดร.ณภัทร แก้วภิบาล พร้อมด้วย นางสาวชามาดา ชัยเจริญ และนายพันธสิทธิ์ โชคสวัสดิกร ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากรในการดำเนินกิจกรรม

มากกว่าการเรียนรู้วิธีคำนวณตัวเลข การอบรมครั้งนี้ยังเปิดมุมมองให้ผู้เข้าร่วมเห็นว่า ต้นไม้แต่ละต้นไม่ได้มีคุณค่าเพียงความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอย แต่ยังมีบทบาทต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่สามารถศึกษาและประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน และใช้ประกอบการเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติในสถานศึกษาได้

โดยเฉพาะการดำเนินงาน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ที่มุ่งให้สถานศึกษาใช้พรรณไม้และทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวเป็นแหล่งเรียนรู้ การนำเรื่องการกักเก็บคาร์บอนเข้ามาเชื่อมโยงกับการศึกษาพรรณไม้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริง

การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2564–2569) โดยศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยทักษิณ มีบทบาทในการประสานงานและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้สถานศึกษาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องสามารถนำความรู้ไปพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และขยายผลสู่ชุมชน

สำหรับมหาวิทยาลัยทักษิณ การอบรมครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเพิ่มทักษะด้านการวัดและคำนวณปริมาณคาร์บอน แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อได้

เพราะเมื่อเรารู้ว่าต้นไม้หนึ่งต้นมีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด เราอาจไม่ได้มองต้นไม้ต้นนั้นเหมือนเดิมอีกต่อไป

และเมื่อความรู้เหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังห้องเรียน โรงเรียน และชุมชน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเรารู้ว่าควรรักษา แต่เกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า “ทำไมเราจึงต้องรักษา”